เพราะว่ารักคำเดียว “ตาวัย 74 หอบเมียป่วยอัมพาต” ขึ้นรถพ่วงเร่ขายผัก หาเงินฟอกไต ลั่น “ไม่แพ้ ไม่ท้อ”

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่บอกเลยว่าเห็นแล้วน่าสะเทือนใจเป็นอย่างมาก เมื่อชาวเน็ตนั้นต่างพากันแชร์เรื่องราวของ สามีภรรยาคู่หนึ่งโดยที่ ฝ่ายชายอายุ 74 ปี ภรรยา อายุ 48 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคไต ทั้งสองคนนั้นไปไหนไปด้วยกันทุกที่เพื่อขายของหาเงินฟอกไต

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “สองลุงป้าคู่รักสู้ชีวิตเร่ขายผักและผลไม้หาเงินรักษาคุณป้า ที่ต้องฟอกไตเป็นประจำ วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้พบเห็น สองลุงป้าคู่รักสู้ชีวิตเร่ขายผักและผลไม้หาเงินรักษาโรคไต ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซาเล้งพ่วงข้างเร่ขายผักให้กับผู้ที่สัญจรไปมาบริเวณหลังห้างโรบินสัน ศรีราชา ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

เบื้องต้นจากการตรวจสอบ ทราบชื่อว่า นายชัยกุล อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ซอยโชคศิริกุล ถนนเจิมจอมพล ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และภรรยาทราบชื่อคือนางสุชาดา โพธิ์กลาง อายุ 48 ปี มีอาการป่วยเป็นโรคไต และร่างกายเป็นอัมพาตท่อนล่าง จนช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ส่งผลให้นายประทีป ต้องหาเร่ขายผัก ในบริเวณดังกล่าวตั้งแต่เวลา 21.00 น. จนถึงเวลา 00.00 น.

หลังจากสองสามีภรรยาก็จะไปขอข้าวก้นบาตจากพระในวัดเนินสุทธาวาส อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี เพื่อมาประทังชีวิต นอกจากนี้นายประทีป ยังต้องพาภรรยาเดินทางไปรักษาโรคไตที่โรงพยาบาลชลบุรี เพื่อรักษาโรคไตอาทิตย์ละ 3 ครั้ง จึงต้องไปเช่าบ้านอยู่ที่ตัวจังหวัดชลบุรีซึ่งห่างจากอำเภอศรีราชาประมาณ 20 กิโลเมตร

ซึ่งจะสะดวกกับการพานางภรรยาไปรักษา และหลังจากนั้นก็จะขับขี่รถจักรยานยนต์ ซาเล้งพ่วงข้างเร่ขายผักให้กับผู้ที่สัญจรไปมาในอำเภอศรีราชาเป็นแบบนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งดูแล้วก็เป็นการอดทนต่อความยากลำบากแถมยังสู้และไม่ย่อท้อกับชีวิตที่เป็นอยู่อีกด้วย

ด้านป้าสุชาดา ภรรยาของลุงประทีปได้ พูดว่า รู้สึกสงสารสามีแต่ก็ต้องขอบคุณสามีที่คอยดูแลมาโดยตลอดซึ่งหากสามีทิ้งเอาไว้ที่ห้องเช่านั้นก็คงไม่มีใครที่จะมานั่งดูแลแต่สามีของก็ไม่เคยทอดทิ้งโดยจะนำนั่งรถมาขายของอยู่ด้วยเป็นประจำส่วนในชีวิตประจำวันถามว่าลำบากมากไหมก็ขอตอบเลยว่าลำบากมากเพราะหากขายของไม่ได้ก็จะไม่มีเงินใช้อีกทั้งเงินที่หามาได้ก็ต้องเก็บเอาไว้เป็นค่ารักษาโรคไต สำหรับประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือคุณลุงและคุณป้าสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 0977907656 ซึ่งเป็นเบอร์ของคุณลุงประทีปโดยตรง”

ขอบคุณที่มา  ข่าวสด , ไทยรัฐ

Facebook Comment